วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

6. การนำเข้ายางธรรมชาติของจีนจากไทย

การนำเข้ายางธรรมชาติของจีนส่วนใหญ่มาจากประเทศไทยโดยในปี 2544 จีนมีการนำเข้ายางธรรมชาติจากไทยจำนวน 605,066 ตัน จากการนำเข้าทั้งหมด 983,647 ตัน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61.51 ของการนำเข้ายางธรรมชาติทั้งหมดของจีน ยางธรรมชาติที่จีนนำเข้าจากไทยมากที่สุดคือ ยางแผ่นรมควัน
(HS 40012100) รองลงมา คือ ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ทางเทคนิค  (HS 40012200) น้ำยาง
(HS 40011000) ยางธรรมชาติในรูปอื่น (HS 40012900)
ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางธรรมชาติไปยังจีนที่สำคัญมากที่สุด  โดยจีนนำเข้ายางแผ่นรมควันจากไทยถึงร้อยละ 90 ของปริมาณการนำเข้ายางแผ่นรมควันทั้งหมด  รองลงมา คือ นำเข้าน้ำยางข้นจากไทยร้อยละ 76 ของปริมาณการนำเข้าน้ำยางข้นทั้งหมด   ส่วนยางธรรมชาติในรูปอื่นๆ จีนนำเข้าจากไทยประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณการนำเข้ายางชนิดนั้นๆทั้งหมด
การนำเข้ายางธรรมชาติจากไทยของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2540-2541 แต่ในปี 2542 การนำเข้ายางธรรมชาติมีปริมาณลดลง เนื่องจากในปี 2541 -2542 จีนมีการระงับการนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศ  เนื่องจากปัญหาการลักลอบนำเข้ายางธรรมชาติ  แต่ในปี 2543 จีนนำเข้ายางธรรมชาติจากไทยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากปริมาณการนำเข้าปี 2542   ส่วนในปี 2544 จีนก็นำเข้ายางธรรมชาติจากไทยเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 4.6 จากปี 2543  โดยยางธรรมชาติที่จีนนำเข้าเพิ่มขึ้นในปี 2543 ส่วนใหญ่คือยางแผ่นรมควันและยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ทางเทคนิค  แม้ว่าในปี 2544 จีนจะนำเข้ายางแผ่นรมควันลดลงเล็กน้อย จากปริมาณการนำเข้าปี 2543 ซึ่งโดยสรุปกล่าวได้ว่า จีนมีความต้องการในการนำเข้ายางเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคตและปริมาณการผลิตในประเทศมีน้อยกว่าร้อยละ 50 ของความต้องการใช้ ดังนั้นจีนจึงไม่มีทางเลือกและต้องพึ่งพาการนำเข้าซึ่งคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของจีนโดยเฉพาะยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นคือ ไทย

การส่งออกยางของไทยไปยังจีนส่วนใหญ่จะไปขึ้นท่าที่ เซี่ยงไฮ้ ชิงเต่า(ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งยางไปยังซานตงที่ได้โควตาการนำเข้ายางจำนวนมากเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์) เจียงตู และต้าเหลียน (มีโรงงานของกูดเยียร์) โดยบางส่วนไปที่เซียเหมิน

ราคายาง ณ ปัจจุบัน

5.ความเคลื่อนไหวราคายางชนิดต่างๆ (Thailand rubber price)
เดือน มิถุนายน 2558
วัน/เดือน/ปี
ท้องถิ่น
ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่
FOB.
(Bangkok)
ยางแผ่นดิบ
น้ำยางสด
(ณ โรงงาน)
ยางแผ่นดิบ
ยางแผ่นรมควัน ชั้น3
น้ำยางสด
29 มิถุนายน 2558
51.40
49.00
52.58
54.29
- 
59.80
26 มิถุนายน 2558
52.60
52.00
53.90
55.69
- 
60.60
25 มิถุนายน 2558
53.60
53.50
54.92
56.30
- 
61.30
24 มิถุนายน 2558
54.10
54.50
55.60
57.09
- 
61.50
23 มิถุนายน 2558
54.10
55.00
55.58
57.15
- 
61.50
22 มิถุนายน 2558
54.30
55.50
55.70
57.31
- 
61.50 
19 มิถุนายน 2558
54.30
56.00
55.88
57.41
- 
61.70
18 มิถุนายน 2558
54.80
56.00
56.30
57.85
- 
62.00
17 มิถุนายน 2558
54.80
56.50
56.46
57.82
- 
62.20
16 มิถุนายน 2558
55.00
57.00
56.95
58.12
- 
62.50
15 มิถุนายน 2558
55.55
58.00
57.22
58.84
- 
62.75
12 มิถุนายน 2558
56.50
58.50
58.19
59.71
- 
63.25
11 มิถุนายน 2558
57.00
59.00
58.58
60.50
- 
63.55
10 มิถุนายน 2558
57.00
59.00
58.32
60.89
- 
63.35
9 มิถุนายน 2558
57.00
59.00
58.44
61.19
- 
63.35
8 มิถุนายน 2558
57.00
60.00
58.93
61.29
- 
63.60
5 มิถุนายน 2558
57.50
60.00
59.29
61.74
- 
63.85
4 มิถุนายน 2558
57.50
61.00
59.29
61.99
- 
63.85
3 มิถุนายน 2558
58.50
61.00
60.57
63.29
- 
64.55
2 มิถุนายน 2558
58.50
61.00
60.25
63.29
- 
64.55
29 พฤษภาคม 2558
58.00
60.00
60.05
62.24
- 
64.05
28 พฤษภาคม 2558
57.00
59.50
59.05
61.59
- 
63.80
27 พฤษภาคม 2558
56.00
59.00
57.89
60.60
- 
62.80
26 พฤษภาคม 2558
55.30
58.00
57.27
60.55
- 
62.60

ความเคลื่อนไหวราคายางชนิดต่างๆ
May 25, 2015
May 30, 2015
Jun 4, 2015
Jun 9, 2015
Jun 14, 2015
Jun 19, 2015
Jun 24, 2015
Jun 29, 2015
45.00
50.00
55.00
60.00
65.00
70.00
 
ยางแผ่นดิบ 
 
น้ำยางสด (ณ โรงงาน) 
 
ยางแผ่นดิบ 
 
ยางแผ่นรมควันชั้น 3 
 
น้ำยางสด 
 
FOB (Bangkok) 

หน่วย : บาท
แหล่งข้อมูล : สำนักตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
FOB (Bangkok) ส่งมอบล่วงหน้า 1 เดือน
น้ำยางสด (ท้องถิ่น) = ราคา ณ โรงงาน อ.หาดใหญ่

การผลิตและการส่งออก

4. พัฒนาท่าเรือน้ำลึกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันไทยมีการส่งออกยางพาราโดยทางเรือ ซึ่งแม้ว่าไทยจะมีแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่สามารถส่งไปจีนได้โดยตรง แต่การขนส่งยางทางภาคใต้ของไทยนิยมส่งผ่านท่าปีนังของมาเลเซีย เนื่องจากอยู่ใกล้มากกว่า และมีค่าขนส่งที่ถูกกว่า ในขณะที่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือสงขลา แต่เป็นท่าเรือน้ำตื้น ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ จึงจำเป็นต้องไปขนถ่ายต่ออีกทีหนึ่ง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ชนิดของยางพารา

3.ชนิดของยาพารา

3.1.ยางแผ่นรมควัน
คือยางดิบผ่านกระบวนการทำให้แห้งและรมควัน   การรมควัน หมายถึง การนำยางแผ่นที่ผ่านการรีดดอกเรียบแล้ว ไปรมควันในโรงรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ยางแผ่นที่รมควันนั้นแห้งสนิท ยางแผ่นที่ผ่านการรมควันแล้ว เรียกว่ายางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet)
  1. ยางดิบผ่านกระบวนการทำให้แห้งและรมควันที่ถูกต้อง
  2. ยางแผ่นรมควันจะถูกอัดเป็นก้อน ก้อนละ 111.11 กิโลกรัม น้ำหนักแต่ละก้อนจะถูกตรวจสอบอย่างถูกต้องและถี่ถ้วน
  3. ไม่มีส่วนประกอบอื่นใดในผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ
  4. ต้องให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดเลยติดไปกับยาง ในขั้นตอนการอัดก้อน
  5. ทุกก้อนจะถูกทาด้วยแป้งยางสีขาว (กันความชื้นและกันการติดกันของยางแต่ละก้อน)
  6. ส่วนผสมของแป้งยาง คือ ยาง, Solvent และแป้ง
  7. แป้งยางจะแห้งสนิทเองในเวลาเพียงไม่กี่วัน
  8. ก้อนยางทุกก้อนจะถูกตีตรามาตรฐาน, ชื่อบริษัทผู้ผลิต และ เครื่องหมายตามที่ลูกค้ากำหนด




3.2.ยางแท่ง

คือ ยางที่ผ่านการย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ และอบให้แห้งด้วยความร้อน แล้วจึงอัดเป็นแท่ง เป็นยางที่มีการกำหนดมาตรฐาน คุณสมบัติทางเทคนิคตามกระบวนการวิทยาศาสตร์
          การผลิตยางแท่ง สามารถผลิตได้ทั้งจากน้ำยางหรือยางแห้งที่จับตัวแล้ว เช่น ยางก้นกล้วยยางแผ่นฯลฯ หลักสำคัญของการผลิตยางแท่ง คือ การตัดย่อยก้อนยางให้เป็นเม็ดหรือชิ้นเล็กๆ อย่างรวดเร็ว ล้างสิ่งสกปรกออก นำยางไปอบแห้ง และอัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมให้มีน้ำหนัก 33.33 กิโลกรัม ต่อก้อนหรือมีขนาดตามต้องการ
          ประเทศไทยเริ่มมีการผลิตยางแท่งตั้งแต่ปี 2511 เรียกชื่อในขณะนั้นว่า ยางแท่ง “ทีทีอาร์” (TTR: Thai Tested Rubber) โดยมีสถาบันวิจัยยางกรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องของมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพ และได้มีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานคุณภาพยางแท่งเรื่อยมา จนปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ยางแท่ง “เอสทีอาร์” (STR : Standard Thai Rubber)

         ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยางแท่งผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผ่นยางแท่ง

3.3.ยางเครพ (Crepe Rubber) เป็นยางที่ได้จากการนำเศษยางไปรีดด้วยเครื่องรีดยางเครปสองลูกกลิ้ง โดยทั่วไปเรียกว่าเครื่องเครพ จะมีการใช้น้ำในการทำความสะอาดในระหว่างการรีด เพื่อนำสิ่งสกปรกออกจากยางในขณะรีดยาง เนื่องจากยางที่ใช้โดยมากเป็นยางที่มีมูลค่าต่ำมีสิ่งสกปรกเจือปนค่อนข้างมาก เช่น น้ำยางสกิม เศษยางก้นถ้วย เศษยางที่ติดบนเปลือกไม้หรือติดบนดิน และเศษยางที่ได้จากการผลิตยางแผ่นรมควัน เป็นต้น หลังจากรีดในเครื่องเครพแล้วจะนำยางไปผึ่งแห้ง หรืออบแห้งด้วยลมร้อน ยางเครพที่ได้จะมีสีค่อนข้างเข้ม และมีหลายรูปแบบ เช่น ยาง Brown crepe, Flat bark crepe , Skim crepe และ Blanket crepe เป็นต้น ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์และชนิดของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ส่วนยางเครพขาวเป็นยางเครฟที่ได้มาจากน้ำยาง ที่มีการกำจัดสารเกิดสีในน้ำยางคือ สารบีตา-แคโรทีน ซึ่งมีสีเหลืองอ่อน โดยการฟอกสียางให้มีสีขาวด้วยสารเคมี เช่น xylyl mercaptane (0.05 wt%) หรือ totyl mercaptan (0.05 wt%) และ sodium bisulfide (0.5-0.75 wt%) ก่อนการทำให้ยางจับตัวกันเป็นก้อนด้วยกรด ยางเครพขาวเป็นยางที่มีคุณภาพและราคาค่อนข้างสูง


3.4.ยางแผ่นผึ่งแห้ง
คือ ยางที่ได้จากการนำน้ำยางมาจับตัวเป็นแผ่นโดยสารเคมีที่ใช้จะต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ใช้โซเดียมไบซัลไฟต์ในการฟอกสี และใช้พาราไนโตรฟีนอลเป็นสารป้องกันเชื้อรา เป็นต้น ส่วนการทำให้แห้งอาจใช้วิธีการผึ่งลมในที่ร่ม หรือ อบในโรงอบก็ได้แต่ต้องปราศจากควัน และจากลักษณะการทำให้แห้งที่แตกต่างกันทำให้สามารถแยกยางแผ่นผึ่งแห้งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
  1. ยางแผ่นผึ่งแห้งที่ทำให้แห้งโดยวิธีการผึ่งลม (Air Dried Sheet : ADS) ซึ่งยางประเภทนี้จะมีลักษณะสีคล้ำและอาจแห้งไม่สนิท
  2. ยางแผ่นไม่รมควัน (Pale Amber Unsmoke Sheet : PAUS) ซึ่งยางที่ได้มีลักษณะแห้งสนิท สีใส
ลักษณะการใช้งานของยางแผ่นผึ่งแห้ง จะใช้งานเหมือนกับยางเครพขาว ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมกาว อุตสาหกรรมเส้นด้ายยางยืด อุตสาหกรรมรองเท้า และอุตสาหกรรมตุ๊กตายาง เป็นต้น

3.5.น้ำยางข้น (อังกฤษConcentrated latex
หมายถึง น้ำยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการเพิ่มความเข้มข้น โดยน้ำยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการเพิ่มความเข้มข้นแล้วจะมีปริมาณเนื้อยางประมาณร้อยละ 55-65 ซึ่งสูงกว่าน้ำยางสดที่มีปริมาณเนื้อยางประมาณร้อยละ 25-30 ทำให้สามารถทำการขนส่งได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก